ดี่มน้ำรักษาโรค

บทความนี้ แปลจาก บทที่ 6 ของหนังสือ Killing Cancer Not People

เขียนโดย นายกสมาคมต่อต้านมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา

บทที่ 6: โภชนาการของผู้ป่วยมะเร็ง : Ionized Water อาจช่วยชีวิตคุณได้


“น้ำเปรียบเสมือน แม่ ผู้ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิต, ถ้าปราศจากน้ำ ก็จะไม่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น”
Albert Szent – Gyorgyi, นักชีววิทยาชาวฮังการี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ปี 1937
ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมได้ทำการค้นคว้าอย่างละเอียดเกี่ยวกับ น้ำ ผลลัพธ์ก็คือผมมีความเข้าใจเรื่องของน้ำมากขึ้น จนผมกล้าพูดได้ว่า ผมมีความรู้เหมือนคนจบปริญญาตรีทางด้าน h2o (น้ำ) ผมเข้าใจถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นของเหลวที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำในรูปของน้ำไออน (Ionized Water)
น้ำเป็นสิ่งที่เป็นปริศนาอย่างยิ่งต่อคนจำนวนมาก ผู้คนรู้ว่าเราต้องการน้ำ แต่เราไม่รู้ว่าทำไมเราถึงต้องการน้ำ และเราไม่รู้ว่าร่างกายเราต้องการน้ำชนิดใด ผมได้ยินคนพูดอยู่บ่อยๆว่า “น้ำก็คือน้ำ” แต่ผมยืนยันได้ว่า น้ำที่ทุกคนมองเห็นว่าเหมือนๆกันนั้น แท้จริงแล้วมันไม่เหมือนกัน และผมจะอธิบายให้ฟังต่อไป
น้ำที่ออกจากท่อประปา ไม่เหมือนกับน้ำในขวดพลาสติก น้ำที่ไหลลงมาจากยอดภูเขาน้ำแข็ง ไม่เหมือนกับน้ำที่อยู่ในแม่น้ำ ตัวอย่างของน้ำที่ผมกล่าวมาอาจจะทำให้คุณมองเห็นภาพความแต่งต่างกันของน้ำ อย่างไรก็ตามคนเราก็ยังจ่ายเงินซื้อน้ำดื่ม โดยที่เราก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงคุณสมบัติของน้ำ เช่น ความบริสุทธิ, องค์ประกอบของน้ำ, แร่ธาตุ, และคุณสมบัติทางไฟฟ้า และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คนส่วนใหญ่ไม่ทราบเลยว่า ส่วนประกอบต่างๆของน้ำมีความสำคัญต่อร่างกายได้อย่างไร
หนังสือหลายๆเล่ม งานวิจัยหลายๆเรื่อง บทความต่างๆมากมายที่ได้กล่างถึง “น้ำ” อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลใหญ่เกี่ยวกับน้ำ ผู้คนศึกษาหาความรู้เรื่องน้ำจากหลายๆแหล่ง บ้างก็เกิดความสับสน จบในที่สุด เรามักจะสรุปกันว่า “น้ำก็คือน้ำ” ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามไปว่า น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการมีสุขภาพที่ดี

คนส่วนใหญ่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยน้ำประมาณ 70%, เราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว, มนุษย์จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 7 วัน หากขาดอาหาร แต่จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 4 วัน หากขาดน้ำ และความรู้เรื่องน้ำอื่นๆอีกมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่รู้ หรือขาดความตระหนักถึงก็คือ น้ำดื่มส่วนใหญ่มีความเป็นกรด (Acidic) และเป็น Dead Water น้ำที่ตายแล้ว ปราศจากแร่ธาตุ และน้ำประปาก็เต็มไปด้วยสารพิษ (คลอรีน และฟลูออไรด์) สิ่งเหล่านี้เป็นตัวทำอันตรายต่อเซลล์ในร่างกายของเรา โดยเป็นตัวไปแย่งน้ำในเซลล์ของเรา และยังมีสารอนุมูลอิสระ (Oxidant) มากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) อีกด้วย

เราได้พูดถึงความสำคัญของเรื่อง กรด-ด่าง ในผู้ป่วยโรคมะเร็งไปแล้ว มนุษย์ส่วนใหญ่จะมีความเป็นกรดในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวเสริมให้การเป็นมะเร็งเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าพูดถึงเรื่อง การวัดค่า pH (Potential of hydrogen) คือการวัดจำนวน Hydrogen ในสสารนั้น ว่าจะทำให้สารนั้นมีค่าเป็นกรด (H+ ไฮโดรเจน) หรือด่าง (OH- ไฮดรอกไซด์) ยกตัวอย่างสารที่มี pH 8 หมายความว่า จะมีจำนวนของ ไฮดรอกไซด์ มากกว่าสารที่มี pH 6 อยู่ 100 เท่า ซึ่งการเปรียบเทียบนี้ มีความสำคัญ 2 อย่างคือ ประเด็นที่หนึ่ง น้ำ pH 8 จะไปเพิ่มความเป็นด่างอ่อนๆให้กับร่างกาย ในขณะที่น้ำ pH 6 จะไปทำให้ร่างกายเป็นกรดมากขึ้น ประเด็นที่ 2 ไฮโดรเจน มีความสำคัญในการเป็นตัวให้พลังงาน(เป็นเชื้อเพลิง) ให้กับร่างกาย และซ่อมแซมรักษาร่างกาย

น้ำจะมีพลังงานไฟฟ้า (Electrical Energy) ซึ่งสามารถวัดได้ในหน่วย มิลลิโวลต์ (เป็นหน่วยที่เล็กมาก คุณจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตจากการดื่มน้ำที่มีพลังงานไฟฟ้า) ประจุของไฟฟ้านี้ สามารถวัดออกมาได้เป็นทั้งค่าประจุบวก (+) และประจุลบ (-) และน้ำก็จะสามารถเปลี่ยนค่าประจุได้ตามกาลเวลา สิ่งที่สำคัญที่จะต้องเข้าใจในตอนนี้คือ ประจุบวกนั่นคือ อะตอมของไฮโดรเจน (H+) ซึ่งจะทำให้น้ำเป็นกรด ส่วนอะตอมของไฮโดรเจน ที่จับกับออกซิเจนจะทำให้เกิดประจุลบ (OH-) ทำให้น้ำเป็นด่าง และนี่คือสิ่งที่คุณควรจะรู้

การวัดค่าของประจุบวกและประจุลบในน้ำนี้เรียกว่า Oxidation Reduction Potential (ORP) ความสามารถของน้ำที่มีค่า ORP ต่างกันจะมีผมต่อการ ต่อต้าน หรือส่งเสริม อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา ในร่างกายเรานี้ มีการทำสงครามกันระหว่างกรดและด่างอยู่เสมอ แต่ด้วยการที่เราทานอาหารและดื่มน้ำซึ่งเป็นกรดเข้าไปเป็นจำนวนมาก ทำให้กรดในร่างกายมักจะมากเกินไปอยู่เสมอๆ และการที่มีกรดเกิน (Acid Overload) ในร่างกายนั้น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง ในทางกลับกัน ถ้าเราบริโภคอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นด่าง (OH-) จะไปจับกับกรด (H+) ในร่างกายเรา ทำให้อนุมูลอิสระหายไปด้วย อนุมูลอิสระนี้เป็นตัวก่อให้เกิดความเสื่อมต่างๆภายในร่างกายของเรา

การเพิ่มขึ้นของความเป็นด่าง ส่งผลให้เกิดการลดลงของกระบวนการออกซิเดชั่น (การรวมตัวกับ O2 หลักการเดียวกับการเกิดสนิม) ซึ่งผลของการเกิดอนุมูลอิสระ (Free Radical) สามารถอธิภายให้เห็นได้โดยการยกตัวอย่างของโรคไวรัสตับอักเสบ, มะเร็งในตับ, มะเร็งในตับอ่อน, เบาหวาน, ไตอักเสบ, ไตวาย, โรคไตเสื่อม, มะเร็งในไต ทุกโรคที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่เลวร้ายทั้งหมด ลักษณะโดยรวมที่เหมือนกันของโรคเหล่านนี้ นั่นก็คือ มะเร็ง
ดังนั้น น้ำไอออน (Ionized Water) สามารถช่วยเพิ่มความเป็นด่างในกับร่างกาย และตัวประจุลบที่อยู่ในน้ำ สามารถช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radical) ได้ และน้ำไอออน ยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่สำคัญคือ เป็นน้ำที่ถูกทำให้กลุ่มโมเลกุลของน้ำเล็กลง (Low Micro Clustering) ประเด็นนี้นับว่าเป็นประเด็นที่ร้อนแรงในทุกวันนี้ ทำให้มีแนวความคิดทางวิทยาศาสตร์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น งานวิจัยหลายงานมีความเชื่อว่า น้ำสามารถเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่คงตัว และมีความสามารถในการที่จะทำให้เป็นโมเลกุลเล็กได้ แต่นักวิทยาศาสตร์อีกครึ่งหนึ่ง มีความเชื่อในทางตรงกันข้าม และได้มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์โดยการศึกษาที่เรียกว่า Nuclear Magnetic Resonance Testing (การทดสอบการสั่นสะเทือนโดยใช้แม่เหล็กนิวเคลียร์) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงว่า กระบวนการ Electrolysis (การแยกสลายด้วยกระแสไฟฟ้า) มีความสามารถในการลดขนาดกลุ่มของน้ำ (Cluster) โดยปกติการจับตัวของน้ำประปา 1 กลุ่ม จะมีน้ำอยู่ 10-20 โมเลกุลต่อกลุ่ม แต่เมื่อเรานำน้ำประปาผ่านกระบวนการ Electrolysis แล้วน้ำจะกลายเป็น Ionized Water ที่มีจำนวนน้ำ 5-6 โมเลกุลต่อน้ำ 1 กลุ่ม กระบวนการนี้จะไปลดแรงตึงของผิวน้ำ และเกิดการทำละลายได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำให้เซลล์ยอมให้เกิดการซึมผ่านเข้ามาในเซลล์ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

คุณยายของผมได้พูดถึง ข้อพิสูจน์บางอย่าง จนทำให้ผมต้องกลับไปทำการทดลองอย่างจริงจัง น้ำจะมี ค่า Half-Life (ช่วงเวลาที่สลายตัวเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม) ในกระเพาะอาหารอยู่ที่ 5-10 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่ม ความเร็วที่ดื่ม และอุณหภูมิของน้ำ นั่นหมายความว่า น้ำ (ซึ่งไม่ต้องการการย่อย) จะมีโอกาสเหลือในกระเพาะอาหารของเรา ภายในเวลา 5-10 นาทีนั้น เชื่อเถอะว่า น้ำ Ionized Water ที่มีคุณภาพดีนั้น จะออกไปจากกระเพาะอาหารของเราหมดภายใน 5-10 นาทีนั้นแน่นอน มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและพิสูจน์โดยตัวผมเองและอีกหลายๆคนที่ผมได้บอกไป จากประสบการณ์จริงก็คือ เมื่อเราดื่มน้ำ(ชนิดใดก็ได้) แบบรวดเร็วจำนวนประมาณ 12 – 16 ounces (เกือบครึ่งลิตร) บางครั้งเราจะรู้สึกติดคอ กลืนลำบาก แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราดื่ม Ionized Water ในปริมาณเท่ากัน เราจะรู้สึกถึงความสบายภายในเวลา 5 นาทีหลังจากดื่มเข้าไป เพราะว่าคุณสมบัติความเป็นน้ำที่มีกลุ่มโมเลกุลเล็ก น้ำที่ออกมาจากกระเพาะแล้ว จะเดินทางไปยังเซลล์ต่างๆในร่างกาย ผมได้ยินคนที่ดื่มน้ำ Ionized Water พูดถึงเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ และนี่เป็นหลักฐานหนึ่งซึ่งได้ข้อสรุปมาจากประสบการณ์จริงของหลายๆคน
เนื่องมาจากคุณสมบัติของการที่น้ำมีกลุ่มโมเลกุลเล็ก, มีความเป็นด่าง, มีค่า ORP เป็นลบ, และความสามารถในการต้านสารอนุมูลอิสระ สิ่งเหล่านี้ “ทำให้ผมเชื่อว่า Ionized Water เป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

หลายๆคน คงจะถามถึง น้ำกลั่น (Distilled Water) และน้ำรีเวิสออสโมซีส (Reverse Osmosis Water) น้ำทั้งสองนั้น เป็นน้ำที่มีสภาวะความเป็นกรด และแร่ธาตุทั้งหมด (เกือบทั้งหมด) ที่อยู่ในน้ำก็ถูกกำจัดทิ้งไปหมดแล้ว แน่นอนว่า น้ำเป็นน้ำที่บริสุทธิ แต่มันจะมีค่าอะไร ในเมื่อมันเป็นน้ำที่ไม่มีแร่ธาตุอะไรหลงเหลืออยู่เลย แล้วยังไปสลายแร่ธาตุจากกระดูก และส่วนอื่นๆในร่างกายของเราอีกด้วย โดยธรรมชาติของน้ำ น้ำมีความต้องการแร่ธาตุเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้ามันไม่มี มันจะไปหาและเอามา ดังนั้น น้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา ก็จะเอาแร่ธาตุจากหิน ดิน กรวด ตามแหล่งที่มันไหลผ่านมา ดังนั้นจงอย่างปล่อยให้น้ำกลั่น น้ำ RO มาดึงแร่ธาตุออกจากตัวเรา น้ำที่อยู่ในขวดพลาสติกหลายๆยี่ห้อ ส่วนมากเป็นน้ำที่เป็นกรด และโดยเฉลี่ยแล้ว น้ำถูกบรรจุในขวดนานประมาณ 1-3 ปีก่อนจะถึงมือผู้บริโภค
เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มากกว่า 70% ของร่างกายประกอบไปด้วยน้ำ คงเป็นการดีที่ เราจะต้องเติมน้ำที่ดีที่สุดในกับร่างกายของเรา โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็งแล้ว จะรู้สึกถึงความแตกต่างทันที

ในท้องตลาด มีเครื่องผลิตน้ำ Ionized Water อยู่มากมาย ผมได้ทำการศึกษาเรื่องเครื่องผลิต Ionized Water และคุณก็ควรจะค้นคว้าด้วยเช่นกัน เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตของทุกเครื่องจะคล้ายคลึงกัน แต่คุณภาพของเครื่อง คุณภาพการผลิตต่างกัน

การทำงานโดยรวมของเครื่องเหล่านี้ ปกติค่อนข้างไม่ยุ่งยากโดยกระบวนการอิเล็กโตไลซีส (Electrolysis) หรือ การแยกหรือสกัดสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า โดยเครื่องส่วนใหญ่จะติดตั้งโดยมีหัวแยกน้ำจากท่อน้ำ ทำให้น้ำไหลผ่านเข้าตัวเครื่อง ซึ่งจะมีการกรองเกิดขึ้น เพื่อกำจัดคลอรีนและสิ่งปนเปื้อน หลังจากนั้น จะเข้าสู่กระบวนการทางไฟฟ้า น้ำจะไหลผ่านแผ่นไทเทเนียมที่เคลือบด้วยแพลตทินั่ม ซึ่งทำหน้าที่เป็นขั่วไฟฟ้า แร่ธาตุที่อยู่ในน้ำจะถูกแยกโดยตัวประจุของมัน และน้ำจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างจากน้ำธรรมดา ให้กลายเป็นน้ำที่เป็นน้ำกรด และน้ำด่างพร้อมๆกัน แล้วถูกลำเลียงออกมาจากเครื่องผ่านท่อ 2 ท่อคือ ท่อน้ำที่เป็นด่าง และท่อน้ำที่เป็นกรด ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุที่เป็นกรด ดังนั้นจะไหลออกทางท่อน้ำกรดซึ่งส่วนใหญ่เป็นท่อด้านล่าง โดยหลักการแล้ว โมเลกุลของน้ำจะถูกแยกออกโดยกระบวนการนี้ น้ำที่มี pH ต่ำกว่า (เป็นกรด) จะถูกส่งออกมาที่ท่อด้านล่าง ส่วนน้ำที่มีค่า pH สูงกว่า (เป็นด่าง) จะถูกส่งออกมาที่ท่อด้านบน เครื่องส่วนมากจะสามารถผลิตน้ำด่างได้ถึงค่าประมาณ pH 10 และได้น้ำที่เป็นกรดประมาณ pH 4-5 แต่ก็จะมีเครื่องบางรุ่นสามารถผลิตน้ำได้สูงถึง pH 11.5 และต่ำถึง pH 2.5
คุณกล้าดื่มน้ำที่มีค่า pH 11.5 หรือ 2.5 หรือไม่? น้ำ pH เหล่านั้น ไม่ใช่น้ำที่เหมาะสำหรับการดื่ม แต่ว่าชาวอเมริกัน (รวมถึงคนส่วนมาก) ไม่มีความกลัวที่จะดื่ม “น้ำอัดลม” ที่มีค่า pH 2.5 เลย อย่างไรก็ตาม เครื่องที่ผลิตน้ำที่มีค่า pH สูงและต่ำมากๆ มักจะมีเหตุผลการผลิตที่เฉพาะเจาะจง โดยคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า เมื่อน้ำเป็นกรดถึงค่า pH 2.6 จะมีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสารก่อโรคได้เกือบทั้งหมด ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ยอดมากสำหรับทำความสะอาด แผลถลอก, แผลเปิด, และแผลไฟไหม้ รวมถึงการติดเชื้อต่างๆ นอกจากนั้น น้ำที่มี pH เป็น 11.5 จะเป็นตัวอิมัลชั่น (Emulsifier) ซึ่งเป็นตัวช่วยในการรวมตัวของน้ำและน้ำมัน น้ำ pH 11.5 จะสามารถแยกน้ำมันและสารฆ่าแมลงจากผักและผลไม้ โดยปกติก่อนที่เราจะทำการเก็บหรือบริโภคผักและผลไม้ เราจะทำการแช่ด้วยน้ำ pH 11.5 เป็นเวลา 5-10 นาที เมื่อแช่น้ำไว้แล้ว จะเห็นว่าน้ำที่ถูกแช่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง นี่คือสารเคมีและเหล่าย่าฆ่าแมลงที่ถูกล้างออกมานั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถยืดระยะเวลาการเก็บรักษาในตู้เย็นได้นานขึ้นเป็น 2 เท่าเป็นอย่างน้อย และเพราะด้วยเหตุที่ว่ามีความเป็นด่างสูงมากๆ มันจะมีความสามารถในการไปดึงสิ่งที่เป็นกรดออก คนที่เป็นโรคข้ออักเสบหรือโรคเก๊าท์ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือมีอาการการบาดเจ็บของเนื้อเยื้อต่างๆ ใช้ประโยชน์จากน้ำ pH 11.5 ในการช่วยดึงเอากรดเหล่านั้นออกมา เพื่อลดอาการเหล่านั้น และมันก็ได้ผลจริงในผู้ใช้หลายๆราย

โดยปกติแล้วน้ำ Ionized Water ที่สามารถดื่มได้ จะมีค่า pH 8.0-9.5 ส่วนมากจะเริ่มต้นที่ pH 8.5 และค่อยๆเพิ่มไปถึง pH 9.5 โดยจะช่วยให้ร่างกายค่อยๆปรับสภาพเข้าสู่กระบวนการของการรักษา (Healing Process) หรือ ภาวะซ่านพิษ Herxheimer Reaction (ภาวะที่ร่างกายพยายามขับสารพิษออกจากร่างกาย และซ่อมแซมสร้างเนื้อเยื้อใหม่เพื่อทดแทนเนื้อเยื่อเก่า ทำให้ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติ และมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น) อาการนี้เป็นการบ่งชี้ที่ดี ที่ทำให้เห็นว่าน้ำด่างกำลังต่อสู้กับกรดที่สะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ โดยระดับความรุนแรงของปฏิกิริยานี้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและความแรงของกรดที่มีอยู่ในร่างกาย อาการที่แสดงออกของการซ่านพิษ อาจมีตั้งแต่อาการเซื่องซึม เหนื่อยล้า ปวดหัว และคลื่นไส้อาเจียน ถ้าอาการนี้มีความรุนแรงเกินไป ควรลดค่า pH ของน้ำ แต่เพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มไป ผลก็คือ ร่างกายจะสามารถขับของเสีย สารพิษ และในขณะเดียวกัน ค่า pH ที่ลดลงอย่างช้าๆก็จะไปลดการกระตุ้นของสารพิษภายในร่างกายไปด้วย
เราได้กล่าวถึงชาว Hunza (Hunzakut) ในบทที่แล้วเกี่ยวกับวิตามิน B17 (หรือ Nitriloside) ที่อยู่ในอาหารของเค้าที่มีชื่อว่า “Apricot Kernels” ชาว Hunza นี้มีอายุขัยที่ยาวนานถึง 120 ปี ซึ่งอาหารที่พวกเขารับประทานนั้น เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งไม่ใช่อาหารที่เรากินทุกวันนี้ นอกจากนี้พวกเขายังดื่มน้ำที่มาจากธารน้ำแข็ง ซึ่งโครงสร้างของมันจะเหมือนกับ Ionized Water Dr. Henri Coanda และ Dr. Pattrick Flanagan (และอีกหลายๆคน) ได้ค้นพบว่าน้ำจากธารน้ำแข็งแห่งนี้ มีปริมาณแร่ธาตุธรรมชาติที่สูงมาก มีค่าความเป็นด่าง pH สูง และยังมีค่า Negative ORP อีกด้วย เราสามารถรับรู้อะไรบางอย่างของความสอดคล้องเหล่านี้ได้บ้าง?

เทคโนโลยีที่ทำน้ำ Ionized Water จึงถือกำเนิดขึ้นที่รัสเซียตั้งแต่ปี 1950 แต่เป็นเวลา 38 ปีมาแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ ในช่วงเวลาประมาณ 35 ปีที่ผ่านมานี้ เทคโนโลยีนี้ได้ผ่านการวิจัยมามากมาย รวมถึงการทดลองโดยไม่มีวันจบสิ้น Ionized Water ที่มาจากเครื่องอเล็กโทรไลซีส ได้การยอมรับและตรวจสอบในประเทศญี่ปุ่น และการดื่มน้ำประเภทนี้ก็ได้รับการยอมรับกันในประเทศญี่ปุ่น การยอมรับนี้ควรจะเกิดขึ้นในประเทศอเมริกาด้วย แต่ว่าน่าเสียดายที่มันยังไม่เกิดขึ้น ข้อมูลหนึ่งที่ที่ผมอยากจะกล่าวถึงคือ มีบริษัทผู้ผลิตเครื่อง Ionized Water แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ได้การรับรองว่าเป็นเครื่องมือมาตรฐาน ระดับเครื่องมือทางการแพทย์ในญี่ปุ่น บริษัทนี้จึงเป็นบริษัทที่ผมมั่นใจ และผมจะบอกอยู่เสมอว่า ผมไม่ได้รับสิ่งตอบแทนจากการนำเสนอเรื่องนี้

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ผมใช้เวลาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทั้งเรื่อง Ionized Water และเครื่องผลิต Ionized Water อยู่เป็นเวลานาน แต่ภายในเวลา 10 นาทีที่คุณได้อ่านเรื่องราวนี้ คุณได้เข้าใจถึงความสำคัญของน้ำนี้ รวมถึงประสิทธิภาพในความสำคัญต่อคนไข้โรคมะเร็ง ระหว่างการศึกษา ผมได้ทำการทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับหลายๆบริษัท ที่ผลิตเครื่อง Ionized Water ผมพบว่าเครื่อง Ionized Water นั่นมีช่วงของราคาและคุณภาพที่กว้างมาก คุณสามารถซื้อเครื่อง Ionized Water ได้ในราคาตั้งแต่ $600 US Dollars จนถึง $6,000 US Dollars คุณยังสามารถหาซื้อขวดพลาสติกที่บรรจุแร่ธาตุเพื่อทำน้ำด่างได้อีกด้วย แต่นั่นไม่ใช่แนวทางที่คุณควรจะเลือก ดังที่ผมได้อธิบายไว้ในตอนแรกแล้ว
ในเรื่องของเครื่อง Electrolysis นั้น ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า คุณจะได้รับในสิ่งที่คุณจ่ายไป มีแค่ไม่กี่บริษัทที่สามารถผลิต เครื่อง Ionized Water ได้อย่างดีเยี่ยม มีแค่ไม่กี่เครื่องที่สามารถผลิตน้ำที่มีค่า ORP เป็นลบได้จำนวนมากๆ แต่มีเครื่องจำนวนมาก ที่ผลิต Ionized Water คุณภาพไม่ดีออกมาและเครื่องก็ยังมีอายุการใช้งานสั้นอีกด้วย คุณต้องคำนึงถึงว่า คุณต้องการเครื่องคุณภาพดีขนาดไหน คุณมีกำลังซื้อเท่าไหร่ และ เครื่องแบบใดที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าใช้งานง่ายที่สุด ผมจะขอกล่าวถึงคำแนะนำในเรื่องของการเลือกซื้อเครื่อง Ionized Water

เมื่อคุณกำลังมองหาเครื่อง Ionized Water คุณจะต้องศึกษาอย่างละเอียด เครื่องที่มีอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน ส่วนมากจะไม่สามารถผลิตน้ำให้ถึง pH 9.5 ได้ และไม่สามารถผลิตน้ำ pH 11.5 (ล้างผัก ผลไม้) และ ผลิตน้ำ pH 2.5 (ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) แต่ว่าผู้ผลิตมักจะอ้างว่า เครื่องของเขาผลิตได้! เครื่องที่คุณมองหาจะต้องมีกำลังในการผลิตที่มากพอ และผลิตน้ำให้มีค่า OPR ให้ได้อย่างน้อย -300mv (ยิ่งค่าเป็นลบมากเท่าไหร่ยิ่งดี) และค่าลบ ORP นั้น จะต้องสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 2-3 วัน ผมบอกคุณได้เลยว่า เครื่องส่วนมาก ไม่สามารถทำได้

อีกเรื่องที่สำคัญคือ คุณควรจะได้มีโอกาสลองเครื่อง และทดสอบน้ำที่ออกมาจากเครื่อง คุณจะได้ไม่ติดกับจากเครื่องราคาถูก ที่โฆษณาว่าดี แต่ไม่ได้คุณภาพ ตัวการทำ Electrolysis ซึ่งก็คือ แผ่นแพลต (Plate) ควรจะมีพื้นที่ (Surface Area) ที่เพียงพอต่อการผลิตน้ำหลายๆลิตรในแต่ละวัน โดยที่เครื่องจะไม่ดับเองเมื่อทำงานมาก เครื่องร้อนเกินไป เครื่องควรจะใช้ระบบ Transformer เป็นตัวผลิตประแสไฟฟ้าเพราะสามารถส่งกำลังไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพ และอีกอย่างคือ เครื่อง Ionized Water จะต้องมีระบบการล้างเครื่องทีดีในตัวเอง เพื่อป้องกันการสะสมของคราบแคลเซียมในแผ่นเพลต

คุณจะได้ยินผู้ขายหลายๆคนบอกว่า เครื่องของเขาดีเท่ากับเครื่องยี่ห้ออื่น แต่ราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง คุณเชื่อหรือไม่ว่า เครื่องส่วนมากไม่สามารถผลิตน้ำที่ทำให้ ORP สามารถอยู่ในน้ำได้นาน อีกทั้งคุณภาพของน้ำก็ยังออกมาไม่ดีอีกด้วย
ผมเลือกเครื่อง Ionized Water โดยการเลือกที่คุณภาพ (เลือกโดยความเป็นจริง ไม่ใช่จากการได้ยินคำบอกเล่ามา) และเลือกเครื่องที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และผมดูจากเสียงสนับสนุนจากผู้ใช้ Ionized Water กว่าพันคน ที่เห็นผลว่า Ionized Water สามารถเปลี่ยนชีวิตพวกเค้าได้
คุณก็จะต้องศึกษาด้วยตัวคุณเอง เลือกเครื่องที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับคุณ ผมจะกล่าวถึงเครื่องที่ผมเลือกซื้อในย่อหน้าต่อไป ผมจำบอก หัวใจสำคัญ ของการเลือกซื้อ และคุณจะต้องอ่านอย่างละเอียด มันเหมือนจะดูเหมือนเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ผมจะอธิบายโดยละเอียด ทุกคนจะได้เข้าใจ
จงอ่านสิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ซึ่งจะเปลี่ยนความคิดคุณทั้งหมดเกี่ยวกับน้ำ: การดื่มน้ำ Ionized Water 1 แก้ว (350 cc) ซึ่งเป็นจำนวนอันน้อยนิด แต่มากไปด้วยประจุลบ และมีค่า OH- ทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า การกินผัก ผลไม้ออแกนิคจำนวนมากที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถกินได้ในหนึ่งวันเสียอีก!
มีครั้งหนึ่ง ผมแปลกใจและตกใจมาก ผมบอกผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายคนหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความสำคัญของ Ionized Water เขาตอบผมกลับมาว่า “ชั้นรู้ว่าการดื่มน้ำเป็นเรื่องที่ดี ร่างกายต้องการน้ำ มันเป็นสิ่งสำคัญ.. แต่ว่า แล้วยาของชั้นหล่ะ?”
ทีนี้ คุณคงรู้ว่า พวกเราถูกปลูกฝังให้อยู่ภายใต้วัฒนธรรมของการแพทย์ปัจจุบัน ทุกคนเชื่อว่าภาวะการเจ็บปวด รวมถึงมะเร็ง จะถูกรักษาให้หายได้ด้วย “ยา” ผมไม่สามารถคัดค้านต่อต้าน แนวทางการรักษาของแพทย์ได้ การศึกษาแพทย์จะต้องดำเนินต่อไปในทิศทางนี้ ต่อไปเรื่อยๆ
แด่เพื่อนที่รักของผมซึ่งกำลังเป็นมะเร็ง – และรวมถึงอีก 50% ของคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ก็อาจกำลังอยู่ในช่วงกำลังวินิจฉัย – ได้โปรดอ่านสิ่งต่อไปนี้ ผมไม่สามารถกล่าวได้ว่าน้ำสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ไม่มีใครบอกได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยตาของผมเอง ผมมั่นใจในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริงหลายๆอย่างที่ผมได้เจอมา ผมรู้ว่าน้ำมีส่วนช่วยผู้ป่วยอย่างแน่นอน รวมถึงทุกๆคนที่ดื่มน้ำ Ionized Water ด้วย
ในหนังสือ Healing is Voltage โดย Dr. Jerry Tennant ได้กล่าวถึง “ไฟฟ้าในร่างกาย” โดยเขายกอธิบายถึงหลักการนี้ว่า การวัดค่า pH นั้น จริงๆแล้วก็คือการวัดค่าของแรงดันไฟฟ้า (Voltage) เขายกตัวอย่างว่า “วิธีการหนึ่ง ซึ่งใช้วัดสารละลาย ก็คือการวัดโดยใช้เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้า (Voltmeter) ถ้าสารละลายนั้นเป็นผู้บริจาคอิเลกตรอน (Electron Donor) เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้าจะวัดค่าออกมาได้เป็นค่าติดลบ แต่ถ้าสารละลายนั้นเป็นตัวขโมยอิเลกตรอน (Electron Stealer) เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้าจะวัดค่าออกมาได้เป็นค่าเป็นบวก การที่วัดค่าได้เป็น +150 millivolts นั่นหมายความว่า สารนั้นเป็นตัวขโมยอิเลกตรอน ซึ่งมีกำลังในการขโมยเท่ากับ 150 milivolts ตรงกันข้าม ถ้าเราวัดสารนั้นได้ -200 millivolts สารนั้นจะเป็นผู้บริจาคอิเลกตรอน ซึ่งมีกำลังในการบริจาคเท่ากับ 200 millivolts”
Dr. Jerry อธิบายต่อว่า เมื่อเราได้วัดค่าแรงดันไฟฟ้าของสารละลายมาแล้ว เราจะสามารถเปลี่ยนค่าของหน่วยที่เราวัด โดยใช้หลักการคำนวนลอกการิทึม (logarithmic) ซึ่งจะเปลี่ยนค่าแรงดันไฟฟ้านี้ ให้เป็นค่าในหน่วย pH ตัวอย่างเช่น สารละลายที่มีค่า pH 7.35 จะมีค่าแรงดันไฟฟ้าเท่ากับ -20 mV และ pH 7.45 จะมีค่าแรงดันไฟฟ้าเท่ากับ -25 mV เซลล์ที่ทำงานอยู่ในร่างกายเรามีค่าแรงดันไฟฟ้าระหว่าง -20 ถึง -25 milivolts ซึ่งเป็นสถานะ Electron Donor
“สถานะตัวขโมยอิเลกตรอน Electron Stealer ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหาย เกิดขึ้นจากสภาวะความเป็นกรด pH 0 ถึง 6.9, อนุมูลอิสระ, ประจุบวก ทั้งหมดนี่จะไปทำลายเซลล์ในชั้นอะตอม คุณคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า โรคร้ายความเสื่อมต่างๆ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีกรดมากเกินไป ความหมายก็คือ โรคร้ายเกิดจากการที่เซลล์อยู่ในสภาวะ ที่มีแรงดันไฟฟ้าอยู่ในสถานะตัวขโมยอิเลกตรอน คุณอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘จะเป็นด่าง หรือจะตาย’ (Alkaline or Die) ซึ่งหมายความว่า คุณจะต้องมี Electron เพือให้เซลล์ได้ทำงานอย่างปกติ มิเช่นนั้นคุณก็จะตาย”
นอกจากนี้ Dr. Jerry กล่าวถึงสาระสำคัญที่หนึ่งสิ่ง “คนเราพยายามที่จะรักษาร่างกายให้มีสุขภาพดี และร่างกายก็พยายามสร้างเซลล์ใหม่ดีๆขึ้นอยู่เสมอ และ

กระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ๆในร่างกายนั้น จะต้องใช้แรงดันไฟฟ้าถึง -50 mV”
ผมอธิบายมาค่อนข้างยาว แต่มันมีสารสำคัญเพื่อที่คุณจะได้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับ Ionized Water มากขึ้น หมออธิบายว่า หัวนิ้วโป้งเราในสภาวะปกติ มีแรงดันไฟฟ้าที่ -25 mV นิ้วจะเป็นสีชมพู ใช้งานหยิบจับได้สะดวก แต่ถ้าเราเอาค้อนมาทุบที่นิ้วโป้ง นิ้วจะแดง บวม ร้อน และเราจะปวด กระบวนการนี้ทำให้แรงดันไฟฟ้าที่นิ้วลดลงเป็น -50 mV ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์ที่เสียหายไป ในสภาวะที่ -50 mV หลอดเลือดจะขยายขึ้นจะไปดึงเอาวัตถุดิบต่างๆ เช่น โปรตีน, คาโบไฮเดรต, ไขมัน, วิตามิน, แร่ธาตุ และอื่นๆ มากจากเซลล์ใกล้เคียงเพื่อใช้ในการสร้างเซลล์ใหม่
“ทันทีที่ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ซ่อมแซมส่วยที่เสียหายแล้ว แรงดันไฟฟ้าจะปรับกลับลงมาที่ -25 mV เช่นเดิม ตอนนี้นิ้วเราก็หายเจ็บแล้ว แต่ถ้าสมมติว่า ร่างกายมีแรงดันไฟฟ้าไม่เพียงพอในกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ นิ้วโป้งโดนค้อนทุบ แรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ -10 mV ร่างกายจะซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไม่ได้ ภาวะการอักเสบเรื้อรังก็จะเกิดขึ้น ร่ายกายจะรอจนกว่ามีแรงดันไฟฟ้าที่เพียงพอ”

“เราจะเห็นได้ว่า โรคเรื้อรังต่างๆมักเกิดจากการที่เรามีแรงดันไฟฟ้าไม่เพียงพอ ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ถ้า แรงดันไฟฟ้าไม่ถึง -50 mV หรือถ้าไม่มีวัสถุดิบที่เพียงพอให้ในการสร้างเซลล์ใหม่ บางคนอาจจะไปหาหมอ ทานยา ผ่าตัด หาหนทางรักษาอื่นๆ แต่ร่างกายจะไม่รักษาตัวเองจนกว่าจะได้แรงดันไฟฟ้า ได้วัตถุดิบที่เหมาะสม และจะต้องไม่มีพิษสะสมในร่างกาย”

“ถ้าคุณรักษาสภาพแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมไว้ไม่ได้ ร่างกายจะไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้เลย สุขภาพก็จะไม่ดีขึ้น คุณจะป่วยและโรคที่เกิดจากความเสื่อมในร่างกายก็จะตามมา สุดท้ายคุณก็อาจจะเป็นโรคเรื้อรัง ร่างกายไม่ต้องการยาเพื่อใช้ในการรักษา ร่างกายแค่ต้องการสภาวะเหมาะสมให้กับการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ซึ่งก็คือ การรักษาแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสม, ทานอาหารที่มีประโยชน์ และต้องชำระล้างพิษต่างๆที่สะสมอยู่ในร่างกาย”

สรุปได้ว่า ร่ายกายเราต้องการ -50 mV เพื่อใช้ในการรักษา (ไม่ใช่ยา) ต้องการอาหารที่ดี และการล้างพิษ (Detoxification) การจะทำให้ร่างกายมีแรงดันไฟฟ้าที่ -50 mV ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์แต่อย่างใด มันเกิดขึ้นจากการที่เราทานหรือดื่มสิ่งที่มีค่า pH เป็นด่าง อิเลกตรอนในน้ำจะช่วยเข้าไปจับกับอนุมูลประจุบวก ทำให้อนุมูลอิสระหายไป ใช่แล้ว! เรามากันถูกทางแล้ว น้ำ Ionized Water และจะต้องเป็น Ionized Water ที่คุณภาพดีเท่านั้น สิ่งนี้เป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ เป็นแนวทางที่จะสามารถช่วยให้ร่างกาย ปรับสภาพกลับมาให้อยู่ในสถานะที่เหมาะสมต่อการสร้างเซลล์ใหม่ๆตามที่ Dr. Jerry ได้กล่าวมา
นอกเหนือจาก Dr. Jerry แล้ว เรายังมีผู้เชี่ยวชาญอีกหลายท่าน ที่ให้การสนับสนุนการดื่ม Ionized Water:
Dr. Ray Kurzweil และ Dr. Terry Grossman ผู้แต่งหนังสือ Fantastic Voyage: Live Long Enough to Live Forever เขียนไว้ว่า:

“การดื่มน้ำประเภทที่ถูกต้อง มีความสำคัณต่อการขับสารพิษซึ่งเป็นกรดออกไปจากร่ายกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพให้ดี ผมแนะนำให้ดื่มน้ำ Alkaline Water ทุกๆวัน วันละ 8-10 แก้ว นี่เป็นแนวทางในการดูแลรักษาสุขภาพที่ทำได้ง่ายที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการต่อต้านการเกิดโรคต่างๆ”
ผู้เขียนหนังสือ The pH Miracle, Dr. Robert Young กล่าวว่า “การดื่มน้ำ Ionized Water ซึ่งน้ำที่อุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ และมีค่าความเป็นด่าง จะช่วยให้ร่างกายเรารักษาสมดุลของ pH ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม และยังช่วยในการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสะสมของกรดในร่างกาย อันซึ่งเป็นสาเหตุของโรคที่เกิดจากความเสื่อมทั้งหลาย รวมถึงการช่วยในการชลอวัยอีกด้วย”

Dr. Gabriel Cousins, ผู้แต่งหนังสือ Conscious Eating กล่าวว่า
น้ำ Ionized Water อาจเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลรักษาสุขภาพในยุคนี้

“การค้นพบว่าเรามีน้ำดื่มที่มาจากเครื่อง Water Ionizer นั้นนับว่าเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญที่สุดในวงการสุขภาพ หลังจากที่ Sir Alexander Fleming ได้ค้นพบยา Penicillin” คำกล่าวนี้ ปรากฎอยู่ในหนังสือ Cancer Cure โดย Dr. William Kelly.

Dr. Theodore Baroody, D.C., N.D., Ph.D. Nutrition และเป็นผู้เขียนหนังสือ Alkaline or Die แสดงความเห็นว่า
“จากประสบการณ์ในคลินิคที่ผ่านมาหลายปี ผมได้เห็นผลที่ดีมากๆในการทดลองให้คนไข้จำนวนมากกว่า 100 คน ดื่มน้ำ Ionized Water ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้ จะเปลี่ยนแนวแทวการดูแลสุขภาพได้ ผมแนะนำว่า ควรดื่มน้ำ Ionized Water ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้” และ Dr. Baroody ยังกล่าวอีกว่า “คุณไม่ได้ต้องการยาที่ราคาแสนแพง และมีผลข้างเคียงที่แย่ๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพ น้ำ Ionized Water เป็นการดูแลสุขภาพระยะยาว เพราะว่าน้ำจะไปช่วยลดความเป็นกรด และยังช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายอีกด้วย”
และนี่เป็นคำกล่าวที่มาจากอินเตอเน็ต เวปไซด์detoxifynow.com

“น้ำ Ionized Water มีจำนวน Hydroxyl (OH-) อยู่ในน้ำเป็นล้านๆ ประจุ ไม่มีน้ำชนิดใดที่จะให้ประโยชน์กับร่างกายได้มากขนาดนี้ ประจุนี้จะช่วยทำให้ลดอนุมูลอิสระ อันซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง”

“น้ำ Ionized Water ให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากกว่าน้ำชนิดอื่นๆ เป็นพันๆเท่า ทุกคนที่ดื่มน้ำชนิดนี้ ไม่ว่าจะดื่มจากแหล่งธรรมชาติ จากธารน้ำแข็ง หรือจากเครื่องที่ผลิตที่ดี จะทำให้มีสุขภาพดี อายุยืนยาวกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม”

“1 แก้วของ Ionized Water สามารถทำให้ร่างกายได้รับน้ำ ได้รับความชุ่มชื่นมากกว่าการดื่มน้ำชนิดอื่นๆ หลายๆแกลลอน”

“การดื่มน้ำ Ionized Water สามารถทำให้ร่างกายปรับสมดุล กรด-ด่าง ได้ดีกว่าการทานอาหารอย่างอื่นๆ รวมถึงการกินอาหารออแกนิก 100% และการกินมังสวิรัตด้วย”

“มะเร็ง, โรคอ้วน, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ข้ออักเสบ, โรคไต, เส้นเลือดตีบ, และอื่นๆ โดยส่วนมากแล้ว เมื่อดื่มน้ำ Ionized Water อาการของโรคเหล่านี้จะทุเลาลง หรือหายได้”

“การดื่มน้ำ Ionized Water สามารถชำระล้างของเสียออกสารร่างกายได้มีประสิทธิภาพ มากกว่าการไปเข้าคอร์สล้างพิษ และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆอีกด้วย”
ประโยคสุดท้าย ได้รับการยอมรับจาก Dr. Hiromi Shinya แพทย์ซึ่งเป็นผู้คิดค้นการผ่าตัดติ่งเนื้อ (Polyps) ในลำไส้ใหญ่ โดยวิธีการส้องกล้องได้เป็นคนแรกของโลก วิธีการผ่าตัดนี้เรียกกันไปอย่างแพร่หลายว่า “Shinya Method” Dr. Shinya ตรวจคนไข้มามากกว่า 370,000 ราย และผ่าตัดติ่งเนื้อคนไข้ไปมากกว่า 140,000 คน และยังเป็นคุณหมอที่ให้การสนับสนุนทฤษฎี เรื่องราวของ Ionized Water อย่างมากอีกท่านหนึ่ง เพราะคุณหมอได้เห็นพัฒนาการที่ดีของคนไข้มากมายผ่านกล้องสำรวจ หลังจากที่คนไข้ดื่ม Ionized Water คุณสามารถตรวจสอบข้อมูล และดูคลิปวิดีโอของคนไข้ของคุณหมอ ก่อนและหลังดื่ม Ionized Water ได้ในอินเตอเนต แค่พิมชื่อ Dr. Shinya ลงไปก็จะมีวิดิโอเกี่ยวกับเรื่องของคนไข้และน้ำ Ionized Water อยู่มากมาย (แต่ผมแนะนำให้ดูเวลาทานข้าวเสร็จแล้วนะ) คุณหมอแนะนำให้คนไข้ของคุณหมอดื่ม Ionized Water อย่างน้อยวันละ 1 แกลลอน หรือมากกว่านั้นถ้าเป็นคนตัวใหญ่ ผู้ป่วยมะเร็งของ Dr. Shinya ทุกคน ไม่มีใครกลับมาเป็นมะเร็งอีกเลย และคุณหมอก็ได้เขียนลงในหนังสือของคุณหมอว่า ถ้าคุณสามารถดำเนินชีวิตได้แบบเดียวกับคุณหมอแล้ว รับรองเลยว่าคุณจะไม่เป็นโรคมะเร็ง

ถ้าวันนี้ ผมจะต้องเลือกเครื่อง Electrolysis ซักเครื่อง ผมจะเลือกเครื่อง SD501 จากบริษัท Enagic ผมได้กล่าวถึงเหตุผลในการตัดสินใจเลือกเครื่องไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เครื่อง SD501 เป็นเครื่องอเนกประสงค์ ที่มีความฟังก์ชันการใช้งานมาก ราคาเครื่องนั้นต่ำกว่า $4,000 อยู่นิดหน่อย แต่ว่ามันคุ้มค่ามากๆ ถ้าจะเปรียบกับรถยนต์แล้ว เครื่องนี้เปรียบเสมือนรถ Rolls Royce ของวงการเครื่องผลิตน้ำ Ionized Water เลยทีเดียว บริษัทนี้ผลิตเครื่องหลายรุ่น มีตั้งแต่ $1,300 จนถึง $6,000 น้ำ Ionized Water ที่ออกมาจากเครื่อง เรียกว่า Kangen Water ซึ่งทางบริษัท Enagic ได้จดลิขสิทธิชื่อนี้ไว้ บริษัทอื่นๆจะไม่สามารใช้ชื่อ Kangen Water ได้ บริษัทนี้เป็นบริษัทแรกๆที่เริ่มผลิตเครื่อง Ionized Water เป็นผู้นำทางธุรกิจของวงการนี้ และได้ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปีแล้ว เครื่องนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมาก อายุขัยของเครื่อง น่าจะพอๆกับอายุขัยของคุณหรืออายุของผม แต่ถ้าอายุของคุณยืนยาวกว่าเครื่อง ทางบริษัทก็มีการซ่อมแซมให้ได้ในราคาที่ไม่มากนัก
การที่ผมจะเลือกซื้อเครื่องผลิตน้ำ Ionized Water นั้น ผมดูที่อายุการใช้งานเป็นหลัก ผมต้องการเครื่องที่มีความคงทน สามารถผลิตน้ำด่างได้สูง มีค่า ORP ที่เป็นลบมากๆ และมีกลุ่มโมเลกุลของน้ำที่เล็ก สำหรับดื่มให้กับร่างกายที่กระหายน้ำ เครื่อง SD501 สามารถผลิตน้ำได้ตามที่ผมต้องการ และยังสามารถผลิตน้ำที่ pH 2.5 กับ pH 11.5 ได้อีกด้วย มีแต่เครื่องของ Enagic เท่านั้นที่สามารถตอบโจทย์ของผม บางคนอาจไม่เห็นด้วยกับผม แต่ไม่เป็นไร คุณลองกำหนดมาตรฐานของเครื่อง Ionized Water ที่คุณต้องการด้วยตัวคุณเอง แล้วมองหาเครื่องที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด แม้ว่าเครื่องของ Enagic จะดูราคาแพงกว่าของบริษัทอื่นๆ แต่ว่ามันคุ้มค่ามาก มากกว่าจำนวนเงินคุณได้จ่ายไป มันอาจจะช่วยชีวิตของคุณเลยก็ได้ จำไว้อย่างหนึ่งว่า การที่เราต้องเข้าไปนอนในโรงพยาบาลเพียงแค่ 1 คืน ค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเรียกเก็บคุณนั้น มากกว่า $6000 เสียอีก ผมไม่เชื่อว่าเครื่องจะพังก่อนตัวผม เพราะผมคิดว่าผมจะมีชีวิตอยู่อีกยาวนานมากกว่าอายุขัยของเครื่อง และผมอยากจะบอกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องหลายๆเครื่อง หลายๆราคา เครื่องนี้เป็นเครื่องเดียวที่ผมค้นพบ และคิดว่าเป็นเครื่องที่คุ้มค่าที่สุด ที่จะมีไว้ในบ้านจริงๆ
ไม่ว่าคุณจะเลือกเครื่องแบบใดก็ตาม ขอให้คุณหาทางตรวจสอบคุณภาพของเครื่อง และคุณภาพของน้ำ ให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณกำลังเป็นมะเร็ง อย่าดื่มน้ำเป็นจำนวนมากๆหลายจากทานยา ให้ดื่มน้ำมากๆ เมื่อทานยาไปแล้วประมาณ 30 นาที แล้วก็อย่าดื่มน้ำก่อนเวลาทานข้าว 20 นาที และหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ประมาณ 1 ชม. ค่อยดื่มน้ำตาม

มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะกล่าวให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องจริงที่ผมเพิ่มจะพบมากับตัวเอง คนส่วนมากทราบกันดีว่า น้ำดื่มที่ควรดื่มจะมี pH 8.5 – 9.5 แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีเรื่องราวที่น่าทึงว่า การดื่มน้ำ Ionized Water ที่ pH สูงกว่านั้นอาจะมีผลที่น่าตกใจสำหรับผู้ป่วย ผมขอย้ำว่าการดื่ม Ionized Water ไม่ได้เป็นการรักษาโรคแต่อย่างใด แต่น้ำ Ionized Water จะเป็นส่วนช่วยระบบต่างๆในร่างกาย ทำให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาวะที่สมดุลอีกครั้ง (Homeostasis) คนส่วนมากจะมีความเห็นว่า เราไม่ควรดื่มน้ำที่มี pH เกิน 9.5 ผมก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่นกัน แต่เมื่อเร็วๆนี้ผมได้รู้จักกับคุณป้าท่านหนึ่งเป็นการส่วนตัว เธอมีอายุราวๆ 70 เธอดื่มน้ำที่มีค่า pH เกิน 9.5 วันละ 1 แกลลอน (ประมาณ 3 ลิตร) คุณป้าท่านนี้ป่วยหนักมาก โดยหมอบอกว่าเธอจะอยู่ได้อีกแค่ประมาณ 90 วัน หลังจากนั้นเธอก็ดื่มน้ำที่มีค่า pH สูงมากๆมาเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง และผลก็ออกมาดีมาก เธอยังมีชีวิตอยู่และสุขภสพก็ดีขึ้นมาก (อ่านเรื่องของเธอได้ในบท Testimonial) ขำย้ำว่า ผมไม่ได้สนับสนุนให้ท่านดื่มน้ำที่เป็นด่างสูงมากๆ แค่มันอาจเป็นทางเลือกทางหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ผมไม่เคยเห็นใครมีสุขภาพแย่ลงจากการดื่มน้ำเลย น้ำมีแต่จะช่วยให้ทุกๆอย่างดีขึ้น
คุณสามารถดูข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเครื่องของ Enagic ได้ที่www.enagic.com ศึกษาหาข้อมูลให้ดี หรืออาจจะลองหาผู้จำหน่ายสินค้าที่อยู่ใกล้บ้านท่าน
หรือถ้าคุณจะลองดูเครื่อง Ionized Water ของยี่ห้ออื่นๆ อย่าลืมตรวจสอบแหล่งที่มาที่ไปอย่างละเอียด ไตร่ตรองถึงข้อเท็จจริงให้ดี แล้วคุณจะได้เครื่องที่ดีที่สุด
ขอย้ำอีกครั้งว่า การที่ผมกล่าวสนับสนุนเครื่องของ Enagic นั้น ผมไม่ได้รับค่าคอมมิชชั่นหรือมีรายได้ใดๆ จากบริษัททั้งสิ้น

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดดูการสาธิต Kangen Water
โทรนัดที่ 061-782-3546
สถานที่ : Enagic Thailand ชั้น 14 ตึก Park Venture (BTS เพลินจิต)

http://www.facebook.com/kangenwaterthai

ดื่มน้ำเท่าไรถึงจะพอ?

โดยเฉพาะควรดื่มน้ำวันละ 8แก้วต่อวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีน้ำหนักเกินต้องดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก และจะต้องเพิ่มขึ้นอีก หากคนๆนั้นชอบออกกำลังกาย หรืออยู่ในที่ๆมีอากาศร้อน หรือแห้ง น้ำเย็นจะถูกดูดซึมในร่างกายได้เร็วกว่าน้ำอุ่น บางหลักฐานแนะนำว่า การดื่มน้ำเย็นช่วยเผาผลาญแคลอรี่ 

น้ำดื่มเพื่อรักษาโรค ควรจะเป็นน้ำที่ให้คุณประโยชน์ที่สำคัญต่อร่างกาย ไม่ใช่เพียงแก้กระหายได้เพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นน้ำที่มีคุณสมบัติดังนี้

1.เป็นน้ำสะอาด

2.มีปริมาณออกซิเจนสูง

3.มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็ก

4.ปรับให้น้ำมีค่าความเป็นด่างอ่อนๆ

5.ประกอบด้วยแร่ธาตุจำเป็นต่อร่างกาย อาทิ แคลเซียม โปรเตสเซียม แมกนีเซียม

6.เป็นตัวทำละลายได้ดี ทั้งแร่ธาตุ ออกซิเจน วิตามิน และนำพาสารอาหารเหล่านี้เข้าไปยังเซลล์ได้มากขึ้น


ต้องการน้ำที่มีคุณสมบัติแบบนี้ ติดต่อ 061-782-3546

Line ID: mon.life


การดื่มน้ำมากๆจะทำให้อายุยืนได้ ยิ่งถ้าพบว่าผิวหนังแห้ง ไม่ชุ่มชื้น ตาแห้ง มีกลิ่นปาก ท้องผูก เป็นริดสีดวงทวาร นั่นแสดงว่าร่างกายของคุณกำลังขาดน้ำอย่างยิ่ง...

 

การดื่มน้ำอุ่นเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกไม่รื่นรมย์นักที่จะดื่ม เพราะรู้สึกไม่สดชื่นเหมือนไม่ได้ดื่มน้ำ คนเราเวลาเหนื่อยขึ้นมา ทำงานหนักมา พอได้ดื่มน้ำเย็นแล้วจะรู้สึกสดชื่นมากกว่า ก็เลยไม่อยากที่จะดื่มน้ำอุ่นกัน

 

น้ำที่เราดื่มเข้าไปตอนเช้า ตามสูตรจะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารโดยตรง โดยจะเข้าไปชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ที่มีอยู่ในร่างกายออกมา... และต้องบอกว่าการดื่ม น้ำอุ่นที่จริงแล้วคือการล้างพิษ โรคเกาต์ โรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง


ดื่มน้ำตอนไหนเวิร์คที่สุด

การดื่มน้ำนอกจากทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแล้วยังทำให้ระบบต่างๆภายในร่างกายทำงานได้ดีอีกด้วย

-ใน 1 วันควรดื่มน้ำเท่าไร

ในทุกๆวัน ร่างกายจะต้องสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจและการขับถ่ายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่จะต้องรับน้ำเข้าไปเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป และโดยปกติเราจะเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละประมาณ 1.5ลิตรและอีกเกือบถึง 1 ลิตร สำหรับการหายใจและเหงื่อ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำได้วันละ 2ลิตร(ประมาณ 8 แก้ว)ก็จะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ไป แต่สำหรับปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ภายใน 1 วัน

เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองแล้ว ถ้าเป็นหนุ่มๆควรดื่มให้ได้วันละ 3 ลิตร(ประมาณ 13 แก้ว)

 

ส่วนสาวๆวันละ 2.2 ลิตร(ประมาณ 9 แก้ว) สำหรับสาวๆสปอร์ตเกิร์ล จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะกว่าคนปกติ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรมที่ทำด้วย ถ้าคุณออกกำลังกายในช่วงสั้นๆ ก็ควรจะดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปครั้งละ 1-2 แก้ว

เป็นที่นิยมดื่มน้ำทันที หลังจากตื่นนอนตอนเช้า(ก่อนแปรงฟัน)เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอความแก่ได้ และสามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100% (แบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว อวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคลมบ้าหมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี โรคมะเร็ง    

วิธีปฏิบัติ

1.ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว(640ซี.ซี.)

2.หลังจากนั้นสามารถล้างหน้า อาบน้ำได้ แต่ต้องไม่ดื่ม หรือ รับประทานอาหาร จนกว่า45นาทีผ่านไป จึงจะรับประทานตามปกติ

3.หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว 15นาที ไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอะไร จนกว่า2ชั่วโมงผ่านไป

4.ผู้ป่วยหรือคนชราที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4แก้ว ก็ให้ค่อยๆดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆจนครบ 4แก้ว

ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าว จะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่ค่อยๆทุเลา และหายขาดได้ในที่สุด ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น และหลังดื่มน้ำไปแล้ว ประมาณ1-2ชั่วโมงจะปวดปัสสาวะ

จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษาทำให้หายได้ภายในเวลาดังนี้

1.โรคความดันโลหิตสูง 30วัน

2.โรคกระเพาะ 10วัน

3.โรคเบาหวาน 30วัน

4.โรคท้องผูก 10วัน

5.โรคมะเร็ง 180วัน

6.โรควัณโรค 90วัน

7.โรคไขข้ออักเสบจะเห็นผลภายใน 3วัน

การกักเก็บน้ำด้วยการดื่มน้ำ
                              
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เป็นการรักษาของเหลวไว้ได้ดีที่สุด เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อย มันจะรับรู้ว่าจะต้องรักษาความอยู่รอดไว้โดยจะต้องรักษาน้ำไว้ทุกหยด ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้ในที่ว่างพิเศษในโพรงเล็กๆ(ภายนอกเซลล์) จะเห็นได้จากการบวมที่เท้า มือ และขา การขับปัสสาวะจะช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราวและจะบังคับให้ร่างกายเกิดความรู้สึกว่าจะต้องมีน้ำเข้ามากักเก็บไว้พร้อมกับความต้องการสารอาหารที่สำคัญบางชนิดเมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ อาการที่เกิดขึ้นก็จะหายเป็นปกติ วิธีที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดน้ำในร่างกาย ก็คือ เราจะต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อที่ร่างกายจะได้มีน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน หากคุณมีปัญหาร่างกายขาดน้ำอาจมาจากสาเหตุที่ร่างกายของเราจะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้ในจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่การกำจัดปริมาณเกลือที่ทานเข้าไปเกินความต้องการนั้น สามารถทำได้ง่าย เพียงแต่ดื่มน้ำให้มากขึ้นเท่านั้น เพราะน้ำจะช่วยให้ไตขับโซเดียมออกมา คนที่มีน้ำหนักมาก ร่างกายก็ยิ่งต้องการน้ำมากกว่าคนผอม คนตัวใหญ่จึงมีการเผาผลาญที่มากกว่า น้ำจึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งกับคนที่มีน้ำหนักมาก เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ น้ำยังช่วยให้กล้ามเนื้อของเรามีความชุ่มชื้น ยังทำให้ผิวหนังไม่เหี่ยวย่น หลังจากการดูแลรูปลักษณ์ซึ่งถ้าหากว่าร่างกายมีน้ำเพียงพอ ก็สามารถกำจัดของเสียเหล่านี้ออกมาได้มาก


ต้องดื่มน้ำเพื่อให้ไตทำงาน

"ไต" ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราทานน้ำไม่เพียงพอ เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ปกติ ตับก็จะเป็นตัวที่ทำงานหนักขึ้น หน้าที่หลักของตับก็คือ ช่วยเร่งเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายให้เกิดเป็นพลังงาน แต่ตับต้องมาทำหน้าที่ของไตทำให้มันไม่สามารถทำหน้าที่หลักได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้เอง จะทำให้การเผาผลาญไขมันได้น้อยลง และยังเพิ่มการสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้นและทำให้การดูแลรูปลักษณ์หยุดชะงักลง

น้ำเพื่อการลดน้ำหนัก

การดื่มน้ำวันละ 8แก้ว จะช่วยทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง อาจเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อที่น้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนในการช่วยดูแลรูปลักษณ์ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต้องดื่มน้ำเพราะความจำเป็น แต่ในความเป็นจริง น้ำเป็น"อาหารอันวิเศษ"ที่ช่วยในการดูแลรูปลักษณ์อย่างถาวรได้


การดื่มน้ำเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้

เช้า ดื่มน้ำหนึ่งควอตทุกๆครึ่งชั่วโมง

บ่าย ดื่มน้ำหนึ่งควอตทุกๆครึ่งชั่วโมง

เย็น ดื่มน้ำหนึ่งควอต ระหว่าง5โมงเย็นถึง2ทุ่ม

เมื่อร่างกายได้รับน้ำ มันจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ร่างกายจำเป็นต้องรักษาระดับของเหลวให้สมดุลย์ไว้ เรียกว่า Breakthrough Point หมายถึง ต่อมเอ็นโดซีนจะสามารถทำงานได้ดีเมื่อการรักษาระดับของเหลวในร่างกายเบาบางลง เนื่องจากสูญเสียน้ำ ไขมันจำนวนมากจะถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง เนื่องจากตับมีอิสระในการทำหน้าที่เผาผลาญไขมันที่สะสม ทำให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ รู้สึกหิวตลอดเวลา หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอจะทำให้เกิดการขาดความสมดุลย์ในการรักษาระดับของเหลวในร่างกาย ซึ่งจะทำให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่สามารถอธิบายได้ว่า เป็นเพราะสาเหตุอะไร เพื่อกลับคืนสู่สภาพปกติ คุณจะต้องดื่มน้ำจำนวนมากขึ้น เคล็ดลับของการดื่มน้ำ

การดื่มน้ำมากๆนั้นจะทำให้อายุยืนได้ ยิ่งถ้าพบว่าผิวหนังแห้ง ไม่ชุ่มชื้น ตาแห้ง มีกลิ่นปาก ท้องผูก เป็นริดสีดวง นั่นแสดงว่า ร่างกายของคุณกำลังขาดน้ำอย่างยิ่ง

เทคนิคในการดื่มน้ำเพื่อความสุข
ถ้าดื่มในช่วงที่พระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้า ต้องดื่มน้ำอุ่นจะดีที่สุด แต่ถ้าพระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าแล้ว ให้ดื่มน้ำเย็น เป็นการทำแบบกลับกับธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนหลงลืมอิทธิพลของพระอาทิตย์ พระจันทร์มานาน ถ้าทำไดังว่า จะมีประโยชน์ขึ้นกับร่างกายของคุณอย่างเห็นได้ชัด เพราะการดื่มน้ำสามารถทำลายแบคทีเรียได้ ทำให้โอกาสในการเป็นโรคภูมิแพ้ต่ำ สามารถล้างคราบไขมันตามลำคอและล้างลำไส้ที่มีความยาว12เมตรของมนุษย์ได้ ที่สำคัญการดื่มน้ำในจำนวนนี้ ทำให้การขับถ่ายไม่มีปัญหา
หลังจากออกกำลังกายแล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงยาวๆ ก็เพิ่มขึ้น อีกสัก 2-3 แก้ว น่าจะเพียงพอแล้ว

ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว(400ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ

ตอนสายๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9โมงเช้า) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทำงานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชำระของเสียเหล่านั้นออกไป

ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณ 1ทุ่ม-2ทุ่ม)

ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น

"น้ำ" ถือเป็นสารอาหารอย่างหนึ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้รองจากออกซิเจนที่จำเป็นในการดำรงชีวิตเพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญในการทำปฏิกิริยาต่างๆที่เกิดขึ้นในร่างกายดังนั้นในแต่ละวันควรจะดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายโดยเฉลี่ยควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ลิตรครึ่งถึง 2 ลิตรต่อวัน

น้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายทุกระบบโดยเฉพาะการทำงานที่เกี่ยวข้องกับอาหารตั้งแต่ก่อนที่เราบริโภคเมื่อเข้าสู่ร่างกายจนถึงระบบการขับถ่ายออกจากร่างกายนอกจากนี้น้ำยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทโดยระบบประสาทจะมีทางให้ของเหลวที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบไหลผ่านได้สะดวกเพื่อที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายเข้าถึงทุกเซลล์ได้การดื่มน้ำที่บริสุทธิ์จะเป็สิ่งที่ดีต่อสุขภาพและชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆได้ดีการย่อยอาหารการดูดซึมสารอาหารที่ย่อยแล้วต้องอาศัยน้ำร่างกายจะรับคุณค่าจากอาหารและสิ่งที่เราบริโภคได้จำเป็นต้องดื่มน้ำน้ำยังมีความสำคัญต่อระบบการจ่ายพลังงานของร่างกายและการขาดน้ำเพียงเล็กน้อยทำให้เกิดความบกพร่องในระบบดังกล่าวได้ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยในแต่ละวันร่างกายของคนเราจะเสียน้ำไปประมาณ 3.4 ลิตรทั้งทางปัสสาวะและเหงื่อถ้าดื่มน้ำไม่เพียงพอก็มีโอกาสขาดน้ำได้

Visitors: 273,069